นายตัวเอง

อยากเป็นนายตัวเอง แต่ทำไม ชีวิตเรายังไปไม่ถึงไหนซะที

สำหรับคนที่ อยากเป็นนายตัวเอง ลองอ่านเรื่องราวต่อไปนี้ดูค่ะ

คุณเคยทำอะไร ในโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือที่ทำงาน เพื่อคนอื่นบ้างรึเปล่า? ถ้าใช่! บทความนี้ เหมาะกับคุณมากค่ะ

ตอนสมัยเด็กๆ เราเคยสงสัยมั้ยคะว่า โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ชีวิตเราจะ
เป็นยังไง วุ่นวายแค่ไหน จะเป็นแบบพ่อกับแม่ หรือคนข้างบ้าน หรือสิ่งแวดล้อมที่เราเคยเจอ รึเปล่า? โดยทั่วไป เชื่อกันว่า ความมั่นคงทางการงาน ก็คือความมั่นคงทางการเงิน  และถ้าอยากให้ความมั่นคงทางการงานมันเสถียร ก็ต้องมีการศึกษาดี ผู้คนกว่า 90% เห็นตรงกันว่านี่คือ เส้นทางเดียวที่จะทำให้เราได้งานดีๆ เงินเดือนสูงๆ ….คุณคิดแบบนั้นรึเปล่า?

เราอาจจะเรียนหนัก เพื่อให้สามารถทำคะแนน สอบเข้าแข่งขันในมหาวิทยาลัยดีๆ  และจบการศึกษา เพื่อนำใบรับรองที่มีค่าที่สุด นำไปขอเงินเดือนก้อนนึง จากบริษัทใหญ่ได้

แน่นอนว่า เหตุผลที่เราอยากทำงานในบริษัทใหญ่ๆ เพราะเราต้องการสร้างรายได้มากขึ้น เราไม่ได้แค่ต้องการเงินจริงมั้ยคะ

ถึงแม้จะเป็นเรื่องปกติที่คนทั่วๆไปก็ต้องการและอยากได้ก็ตาม “เรียนหนัก ได้ที่ทำงานดี เงินเดือนสูง” ความคิดที่ไม่ถูกต้องของหนุ่มสาว (บทความจาก Left Foot Forward )  ยังไงก็แล้วแต่ ทุกวันนี้ สังคมแตกต่างจากหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยภาวะเงินเฟ้อ ราคาของเพิ่มขึ้น ในขณะที่เงินเดือนของเราไม่เคยเพิ่ม หรือน้อยมาก แทบจะไม่ได้ส่งผลดีต่อค่าครองชีพที่พุ่งสูง

ถ้าวันนี้เราคิดว่า ชีวิตและความมั่นคงของเราขึ้นอยู่กับงานที่ทำ หรือมีรายได้ช่องทางเดียว นั่นคือ…สัญญาณอันตรายค่ะ  ถ้าเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอน ก็ส่งผลถึงกำไรของบริษัทเช่นกัน (แต่อาจจะเป็นข้อยกเว้น สำหรับบริษัทชั้นนำ Top 10 ของโลก)

และถ้าธุรกิจของบริษัทนั้นมีอิทธิพลมากพอแล้ว บางครั้้งจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่าย อาจส่งผลต่อการลดอัตราจ้างพนักงาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายของบริษัท  และแน่นอนว่า ต่อให้ได้รับเงินเดือนสูงแค่ไหน ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเราจะสามารถทำงานในบริษัทนั้นได้อย่างมั่นคง หากตำแหน่งที่เราทำ ไม่จำเป็นต้องพึ่งเราอีกต่อไป (เห็นได้จากมีข่าวการเลิกจ้างพนักงาน นับร้อย พัน หมื่นคน ของหลายๆบริษัทยักษ์ใหญ่) ตราบใดที่เทคโนโลยี ยิ่งเข้ามามาแทนที่การทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้คน การแข่งขัน ไม่ใช่แค่ผลกำไร แต่หากใครอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้ง่ายกว่า เร็วกว่า และดีกว่า ย่อมได้เปรียบ …และแน่นอน คนที่อาจต้องปรับตัวคือ…คนที่ทำงานให้คนอื่น เพื่อหวังความมั่นคงทางการเงิน

ถ้าวันนี้ เรายังทำงานให้คนอื่น เพื่อรายได้ช่องทางเดียว มันจะการันตีได้ 100% มั้ยว่า
คุณจะมีชีวิตที่ดีขึ้นจริงๆ?

แนวคิด อยากเป็นนายตัวเอง แต่ยังต้องทำงานให้ผู้อื่น
ย้ำก่อนนะคะว่า ไม่ใช่ว่างานประจำไม่ดี แต่มันไม่เหมาะมากๆ ถ้าเรามีฝัน มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ หรืออยากเกษียณก่อนถึงเวลาบั้นปลาย เพราะเรารู้กันดีอยู่ว่า หากวันนี้เรามัวหวังแค่เงินบำนาญหลังเกษียณอายุ มันไม่พอกับการครองชีพ ถึงแม้ตอนนั้นอายุเราจะมากขึ้น ค่าใช้จ่ายคงจะน้อยลง….(จริงหรอ…อย่าลืมค่ารักษาโรค ค่าจิปาถะที่ตามมา ในขณะที่เรายังต้องกินใช้ แต่ไม่มีรายได้ที่มากพอจะมารองรับล่ะ)

มาดูกันดีกว่า ว่าถ้าเรายังคงใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ทำงานรูปแบบเดิมๆ เพียงอย่างเดียว เวลากว่าาค่อนวันของเราหลายชั่วโมง หมดไปกับการนั่งอยู่ที่ออฟฟิต เช้ามาสแกนบัตร นั่งโต๊ะหันหน้าหาจอคอม  เข้างาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น นี่คือการทำงานให้คนอื่น ซ้ำวนไป ใช้เวลา 8 ชั่วโมงวนไป เป็นภารกิจประจำวันที่เราจำเป็นต้องทำ เพราะนี้คือ “รายได้ตามเวลา” ที่เรายอมรับ และไขว่ขว้า ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ เพื่อให้ได้ งานดีๆทำ เพื่อเอาใบประกาศมาสมัครงานที่นี่ เพื่อเก้าอี้ โต๊ะทำงานเดิมๆ เวลาเท่าเดิม และเงินเดือนก้อนเดิม ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น (และขออภัย ขออนุญาตสำหรับคนที่รักในชีวิตแบบนี้อยู่แล้ว ใช่ค่ะ มันก็มีข้อดีเช่นกัน ย้ำ! แต่เราขอมุ่งประเด็นไปที่ เหตุผลใดที่เราควรมีรายได้มากกว่า 1 ช่องทาง และ ควรพาตัวเองลุกขึ้นมาเป็น นายตัวเอง ด้วย)

เป็นนายตัวเอง

หลายคนมักเข้าใจว่า การทำงานกับคนอื่น มันก็คือการ “สร้างรายได้” จริงๆ  ซึ่งถ้าจะให้ถูกต้องเรียกว่า เรากำลังเอาแรงไปแลกกับเงิน มากกว่ากว่า  คือต้องออกแรงเท่านั้น ถึงจะมีเงินนั่นเอง   ( Active Income)
แต่สำหรับคำว่า “สร้างรายได้” ก็ไม่จำเป็นี่คะว่า เราต้องออกแรงทำมันเสมอไป หรือตลอดไป
มันจะดีแค่ไหน ถ้าเราจะ “สร้างรายได้” โดยที่เราไม่ต้องออกแรง ไปทั้งชีวิต  (Passive Income)

 

เราเคยคิดกันเล่นๆมั้ย?
สมมติว่าฐานเงินเดือนเราอยู่ที่ 15,000 บาท คร่าวๆ ว่าทำงาน เดือนละ 20 วัน
15,000 หาร 20 = 750 บาท/วัน  ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ก็
750 หาร 8 ชม. = 93.75 บาท/ชั่วโมง
บร๊ะเจ้า!! เราได้ค่าแรงกันชม.นึงไม่ถึง 100 !!!  ใช่ไม่ใช่?

อยากเป็นนายตัวเอง
ดังนั้นถ้าวันนี้
เรามีความฝัน มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งไม่ใช่แค่เราคนเดียว หลายคนจึงมักบ่นกันเสมอว่า ไม่มีเวลา เวลาไม่พอ ขอเวลาเพิ่มได้มั้ย?
8 ชั่วโมงของเรา หมดไปกับที่ทำงาน ซึ่งนั่นหมายถึง เราทำงานให้คนอื่น เพื่อรับรายได้ ชม.ละ 100 บาท (นี่ยังไม่ได้หักค่ากิน ค่าเดินทางนะ)

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรค่ะ ถ้าวันนี้ เราหันไปทางไหน ก็เจอแต่ มนุษย์เงินเดือน ทำมากกว่า 1 อาชีพ

คำถามคือ ถ้าวันนี้เรามีรายได้ ซัก 20,000 บาท/เดือน แต่ค่าใช้จ่าย ที่เราต้องรับผิดชอบ หรือฝันที่เราอยากได้ มันมูลค่า กว่า 200,000 บาท เราต้องเหนื่อยอีกเท่า ถึงจะได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

หรือถึงแม้ว่า เราจะได้รับรายได้ที่ต้องการ แต่เราจะแน่ใจได้ยังไงคะ ว่าเราจะมีเวลาออกไปใช้เงิน
อย่าลืมนะว่า …เราต้องทำงาน แลกเงินก้อนนั้นมา 

อยากเป็นนายตัวเอง


แนวคิดของการทำ Passive Income
Passion Income ก็คือรายได้ที่เข้ามาอัตโนมัติ แม้เวลาที่เราไม่ได้ทำงานใดๆ มันขึ้นอยู่กับระบบสอนการสร้างรายได้ด้วยว่า จะมีคุณภาพมากแค่ไหน และขึ้นอยู่กับรูปแบบของธุรกิจ ว่าจะมีเทคนิคการทำการตลาดยังไง และมีรองรับการทำงานในรูปแบบออนไลน์ หรือไม่…เพราะการใช้ระบบออนไลน์มาช่วยในการสร้างระบบ เมื่อเราสร้างสำเร็จ เสร็จ จบ เราแทบจะไม่ต้องลงมือทำอะไรอีกเลย หรือเหนื่อยน้อยลงนั่นเอง
เราจะสามารถมีเวลาว่าง  มีอิสระที่มากพอ และไม่ต้องกังวลสำหรับกาจำกัดเวลา เพื่อเร่งรีบการทำงานเพื่อให้ได้เงิน หรือไม่ต้องมานั่งคำนวณว่า จริงๆแล้ว เรามีค่าแรงรายชั่วโมงเท่าไหร่ อย่างข้อเมื่อครู่  และไม่ถูกกักขังอยู่ในห้องสำนักงาน หรือต้องหน้า จ่อหน้าคอมทั้งวัน และถ้าเป็นแบบนั้น เราจะได้ใช้ชีวิตที่ฝันไว้ ได้อย่างมีอิสระจริงๆซักที

ถ้าวันนี้เราอยากสนุกกับการใช้ชีวิตที่เป็นของเราเอง 100% อยากทำงานที่เป็นของเราเอง เป็นงานที่รัก ที่ชอบจริงๆ ของเรา  จำเป็นมากๆ ค่ะ ที่เราจะต้องสร้าง Passive Income
14ข้อดีของ Passive Income ที่พนักงานประจำ(อาจ) ไม่รู้

อยากเป็นนายตัวเอง


เริ่มจากตรงไหน?
ถ้าถามหญ้าว่า  วันนี้ หากเราต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองแบบก้าวกระโดดไปเลย หรือย้ายตัวเอง จากมนุษย์เงินเดือน สู่การมีอิสรภาพทางการเงินและเวลา โอเค พร้อมที่จะเดินหน้า แต่ปัญหาคือ เราจะเลือกระบบสร้างรายได้ ที่สอนทำ Passive Income ได้ยังไง

สำหรับคำตอบของหญ้า ก็ต้อง ยกตัวอย่างระบบสอนสร้าง Passive Income ผ่านเน็ต 100% ที่หญ้าทำอยู่นี่ล่ะค่ะ ไม่ต้องไปไกล เพราะถ้าจะให้มานั่งหา หรือแนะนำว่าระบบไหนดี ไม่ดี ถ้าให้น่าเช่อถือ ก็ต้องให้คนทำจริงๆ มาเล่า หรือเราก็ต้องเข้าไปทำจริงๆ แล้วถึงจะพูดาได้…เพราะงั้น หญ้าถึงเลือกที่จะใช้ัระบบ ที่นี่ 21Millionaire เป็นเสมือนโรงเรียนสอนการสร้างเครือข่าย ที่ไม่ต้องซื้อ-ขายสินค้า ไม่ต้องไปโพสชวนคน ถ่ายรูปพัดเงิน แท็กคนอื่นให้รำคาญ แต่สามารถเจอเพื่อนร่วมทีมที่อยากสร้าง Passive Income เหมือนๆกับเราเข้ามา และใช้ระบบ เรียนรู้ศึกษาระบบโดย เราไม่ต้องเอาเวลา ไปนัดกินกาแฟ เลี้ยงข้าว เดินทางไปเจอกัน เพราะทุกอย่าง ระบบจัดการไว้ให้หมดแล้ว

หรือถ้าเพื่อนๆ ไม่มั่นใจว่า ที่นี่จะได้จริงรึเปล่า
งั้นก็ต้องาหาคำตอบให้เจอค่ะว่า ใครบ้างที่ทำได้แล้ว
แล้วคนที่ทำสำเร็จ เค้าคิด อ่าน เรื่องนี้ยังไง

ระหว่าง ไปอ่านคนที่ล้มเลิกจากธุรกิจนี้ไป เพราะล้มเหลว
กับ  ติดตามว่า คนที่เค้าทำสำเร็จ ทำไมเค้าถึงทำได้

ถ้าเป็นหญ้า ก็ต้องเลือกเดินตามคนสำเร็จที่ทำได้มาก่อนอยู่แล้ว
เพราะนั่นคือวิธีเรียนลัด การสร้าง Passive Income ที่ดีที่สุดของที่นี่

รู้จักรูปแบบทำเงินแบบ Passive Income ด้วยระบบ 21Millionaire

 

ชีวิตดีๆไม่มีอะไรง่าย  ชีวิตง่ายๆ ก็ไม่มีอะไรดีเหมือนกัน 
คุณอยากมีรูปแบบชีวิตแบบไหน จะต้องทำงานไปตลอดชีวิต
แล้วรอรับเงินบำนาญ อย่างเดียว …
ก็ไม่สุขใจเท่า เราได้ เกษียณตัวเองเร็วขึ้นกว่าปกติ
ยิ่งเร็ว ยิ่งว่าง ความสุขในการใช้ชีวิตยิ่งมีมากขึ้น



ขอบคุณข้อมูลสนับสนุนจาก | wealthylovelife.com

สุธิดา พูลเอียด (ครูหญ้า)
นักธุรกิจเครือข่าย ออนไลน์ เจ้าของเว็บไซต์ www.งานออนไลน์ไทย.ws และ www.bonusonline.ws
ปัจจุบัน เป็นอดีตพนักงานประจำ ผันตัวเองมาสร้าง Passive Income และเลือกทำสิ่งที่รักและถนัด
1 ในนั้นคือ การเป็นโค้ชแบ่งปันความรู้ทาง ยูทูปชาแนล ภายใต้ชื่อ “ครูหญ้า”
My Top Passion | สร้างคุณค่าจากสิ่งที่ตัวเองมี
Rule of Thumb | ถ้าไม่กล้าที่จะก้าว แล้วจะมีรอยเท้าของตัวเองได้ยังไง #ยิ่งให้ยิ่งได้รับเสมอ